Beijing huan ying ni...

posted on 13 Aug 2008 12:18 by hiddenhaven

โอลิมปิกเปิดไปตั้งแต่วันศุกร์ที่ 8 แล้ว แต่เพิ่งได้ฤกษ์เขียน เหอะๆ

ก่อนหน้า ก็คิดไว้อยู่แล้วว่างานเปิดครั้งนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน ก็ระดับจีนเสียอย่างทำอะไรเล็กๆ เป็นที่ไหน แถมยังได้จางอี้โหมวมาเป็นผู้กำกับให้อีก โหะๆ ว่าแล้ว ก็เลยหาเรื่องโดดงานกลับบ้านเร็วดีกว่า ไม่งั้นคงดูได้แต่ตอนพาเหรดนักกีฬาเป็นแน่แท้

ไม่ผิดหวังจริงๆ กับพิธีเปิด อลังการงานสร้าง คิดว่าหลายๆ คนคงตาค้างอึ้งไปกับความงดงามและความอลังการของงานนี้เป็นแน่แท้ ดูๆ ไปแล้วนึกถึงหนังเรื่องวังทองขึ้นมาซะงั้น (Curse of the Golden Flower - Huang Jin Jie) นี่ถ้ามีดอกเบญจมาศโปรยพร้อมเปิดเพลง Ju hua tai ด้วยหล่ะก็.. 555 ใช่เรย.. ลุงจางไม่ทำให้คนดูผิดหวังเจงๆ ดีนะที่ลุงทำ skin head เป็นปกติอยู่แล้ว เพราะดูจากคุณภาพงานแล้ว อาจทำให้ผมหงอกเอาได้ง่ายๆ

ชอบชุดที่แปรอักษรที่สุด เริ่ดมากๆ ลูกโลกก็เจ๋งเหมือนกัน ลูกโลกเฉยๆ คงไม่มีอะไร แต่ที่น่าสนใจก็คือคนที่เดินไปมาบนโลกนั่นหล่ะ ช่างคิดได้... 

ส่วนตอนวิ่งคบเพลิง บางคนบอกว่าไม่อลังการอย่างที่คิด แต่เรากลับมองว่าภาพที่ออกมาให้ความรู้สึกถึง human touch ได้มากกว่าการจุดโดยใช้เทคนิคขั้นสูงอย่างที่เคยทำมา (คือของที่เคยทำมาก็สวยและประทับใจเหมือนกัน)

สรุปว่าเป็นพิธีเปิดที่ประทับใจมากๆ และคิดว่าคงไม่มีพิธีเปิดครั้งไหนจะยิ่งใหญ่เท่าครั้งนี้อีกแล้ว

 

 

edit @ 13 Aug 2008 12:47:37 by hiddenhaven

edit @ 13 Aug 2008 12:48:54 by hiddenhaven

'หน่อไม้' (คิดว่ามี Spoil นะ)

(หน่อไม้เป็นหนังสือบันทึกการเดินทางของนักเขียนสามคน (ทรงกลด บางยี่ขัน ทรงศีล ทิวสมบุญ และนิ้วกลม) และสมาชิกอีก 40 ชีวิตที่ร่วมเดินทางนั่งรถไฟไปปลูกป่ากันที่อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่)

ในที่สุดก็อ่านหน่อไม้จบแล้ว เริ่มอ่านเมื่อคืนวันพฤหัสฯ มาจบเอาค่ำๆ คืนวันเสาร์ อืม ทำเวลาดีใช้ได้ทีเดียวนะเรา เก่งจัง (นั่น ชมตัวเองอีก)


สารภาพตามตรงว่า แรกเริ่มไม่คิดจะซื้อหนังสือเล่มนี้ เพราะคิดว่า เราคงไม่อ่านสนุก เพราะมันเป็นเรื่องของชาวทริป เราไม่ได้ด้วยนี่หว่าจะสนุกได้ไง แต่ไปๆ มาๆ ก็ซื้อจนได้ เพราะชื่อนักเขียนสามคนเป็นแรงดึงดูด ซื้อกลับมาแล้วก็วางแปะไว้ นึกในใจว่าเอาไว้ก่อนละกัน ยังไม่อ่านอ่ะ แต่แล้วก็หยิบมันมาอ่าน แล้วก็อ่านแบบอยากอ่านต่อให้จบ

ถึงตอนนี้อ่านจบเรียบร้อยแล้ว เฮ่อ.. ขอถอนใจนิดนึง 55+ เราว่าหนังสือเล่มนี้มันฟุ้งเต็มไปด้วยความฝันและเมล็ดพันธุ์ ถ้านิ้วกลมบอกว่าคำว่า ติ๋ม ของใบพัดในหนังสือฟินแลนด์ไม่มีขา รวมกันแล้วมากกว่าหนังสือที่หอสมุดกลางจุฬาฯ มี เราคิดว่า หน่อไม้ ก็คงติดอันดับหนังสือที่มีคำว่า "ความฝัน" และ "เมล็ดพันธุ์" เยอะมากกกกก จนรวมกันมากกว่าหนังสือทั้งหมดที่หอกลางมีอยู่เหมือนกัน

แค่เริ่มอ่านบทแรก เราก็รู้สึกได้เลยว่า เราไม่ใช่คนนอกสำหรับเรื่องราวที่เรากำลังอ่าน และ กำลังจะได้อ่าน (อันนี้อาจเป็นข้อดีของคติประจำใจที่เรายึดถือเสมอว่า "เรื่องชาวบ้านคืองานของเรา" คตินี้คงส่งผลให้เราอยากรู้อยากเห็นเรื่องที่กำลังอ่านอยู่ แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องการเดินทางของคนอื่นนนน)  

เริ่มทริปด้วยการตกรถไฟ ฮาอย่างแรงงง แถมยังหวิดจะได้ปลูกป่ากันที่อุบลอีก 55+ แต่ไอ่อาการกระโดดขึ้นรถไฟโดยไม่ดูป้ายเนี่ยก็เคยเป็นเหมือนกันหล่ะ เคยกระโดดขึ้นรถรางตอนไปเที่ยวต่างแดน ด้วยอาการลืมว่ารถรางสาย 22 (ที่จะต้องขึ้น) มันไม่ใช่รถรางสายเดียวที่วิ่งอยู่ในเมืองนั้นสักหน่อย แต่อารามอยากไปมาก เลยไม่ได้คิดอะไรอีกแล้วขึ้นเลยทันที -_-'  ยังดีที่พี่ก้องและชาวคณะที่ตกรถไฟไหวตัวทันนะเนี่ย

เราอ่านการรายงานสภาพบนรถไฟแล้วก็ห๊า เดี๋ยวนี้เขามีเสิร์ฟอาหารกันบนรถไฟแล้วหรือนี่ เดิ้นจริงๆ ถามตัวเองว่าไม่ได้นั่งรถไฟมากี่สิบปีแล้วนี่ ครั้งสุดท้ายที่นั่งน่าจะเป็นตอนม. 6 ขึ้นเชียงใหม่เหมือนกัน นั่งชั้น 3 นี่แหล่ะ แม่เจ้า ก้นระบมเมื่อยก็เมื่อย นอนก็ไม่หลับ เลยไม่คิดหวนไปขึ้นรถไฟอีกเลย.. (แม้ว่าจะมีตู้นอนก็เถอะ ขอเป็นโบฮีเมี่ยนด้วยคน ถ้าไม่ใช่รถทัวร์ก้อคงต้องเป็นเครื่องบิน 55+)

อ่านเนื้อหาที่บันระยายเกี่ยวกับความงามแต๊ๆ ของธรรมชาติที่ทุกคนได้ไปสัมผัสแล้ว อยากจะไปนอนผึ่งพุงที่นั่นจัง :D

พออ่านๆ ไป ได้รู้จักสมาชิกในทริปแต่ละคนผ่านตัวอักษรของคุณๆ ทั้งสามคน อ่านกิจกรรมต่างๆ ที่ทำ  ก็ให้รู้สึกว่า แหม มันช่างเป็นทริปที่งดงามจริงๆ เพราะเป็นทริปที่รวมคน 'แนว' เดียวกันมาอยู่ร่วมกัน มานั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแน่นอน 'ความฝัน' ซึ่งกันและกัน ฟิลด์เหมือนดูรายการทุ่งแสงตะวัน เอิ๊กๆ เราไม่ใช่เด็กค่าย เคยเกือบจะไปอยู่เหมือนกัน แต่สุดท้ายเปลี่ยนใจ แต่ก็พอจะเข้าใจฟีลอยู่บ้าง

อ่านจบแล้วมีทั้งขำ ฮา ซึ้ง และแน่นอน เราว่าหนังสือเล่มนี้ มัน "ดราม่า" ดีจริงๆ เราไม่ได้เสียน้ำตาให้กับตอนไทม์แคปซูล (สงสัยเพราะตอนที่อ่านแม่เปิดดูรายการโทรทัศน์ที่เอาเพลงปลุกใจมาร้อง เลยไม่อิน..) แต่เรามีน้ำตาปริ่มๆ  เสียใจกับความเลวของมนุษย์ที่ทำร้ายทั้งธรรมชาติและเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง แล้วก็มีน้ำตาซาบซึ้งกับความมุ่งมั่นของคนคนหนึ่งที่สามารถทำภูเขาหัวโล้นให้กลายเป็นเขาสีเขียวไปได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ ข้าน้อยขอคารวะ

ตอนที่เราชอบที่สุด อะแฮ่ม..'รถด่วนขบวนสุดท้าย'  ฮ่ะฮ่า... คุณนิ้วฯ ยังคงสามารถหยิบจับประเด็นมาเขียนได้เป็นคุ้งเป็นแคว... ตอนเด็ดผักบุ้งก็ชอบนะ ชอบตรงที่คิดจะซื้อผักบุ้งเขาเป็นการตอบแทนที่ทำของเขาเสีย นี่แหล่ะมันสะท้อนวิถีคิดของคนเมืองจริงๆ อย่างที่พี่ก้องว่า

เราว่า หนังสือเล่มนี้ต้องส่งต่อพลังแห่งความฝันต่อให้กับคนอ่านอื่นๆ ที่ไม่ได้ไปทริปได้ด้วยแน่ๆ สำหรับคนที่มีฝัน ไฟฝันมันคงลุกโชนขึ้นมา ส่วนคนที่ไม่มีก็อาจจะอยากตามหา ส่วนคนในทริปไม่ต้องพูดถึง หนังสือเล่มนี้คงเป็นสมบัติล้ำค่าของพวกเขา จะมีใครเอามันไปฝังไว้ในไทม์แคปซูลไหม? อิอิ

ไม่รู้สึกอิจฉาสมาชิกที่ได้ไปร่วมทริป (ยังไงทริปแบบนี้ไม่ใช่แนวดิฉัน 55)  แต่อิจฉาที่สมาชิกส่วนใหญ่ต่างก็มีฝันของตัวเองต่างหาก ฝันของเราคืออะไรหว่า?? รู้สึกว่าใช้ชีวิตแบบไร้เป้าหมายไปวันๆ เหลือเกินเมื่อเทียบกับเรื่องราวของแต่ละคนที่ได้อ่านมา มีอย่างมากก็แค่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนเท่านั้น ไม่เคยมีอะไรที่ยิ่งใหญ่หรือจะทำให้ชีวิตดิฉันดีขึ้นเลย 555+ อย่างน้อยแค่ถามตัวเองว่า ทุกวันนี้ทำให้โลกดีขึ้นได้อย่างไร ก็ยังตอบไม่ได้เลย.. ไม่เห็นทำไรสักอย่างเลยนะตัวเรานี่ เฮ่อ..

อ่านแล้วอยากปลูกต้นไม้ขึ้นมาบ้างไหม? ไม่อ่ะ กร๊ากก (ปกติพ่อปลูก พ่อจัดการต้นไม้ทั้งหมดของบ้าน บ้านเราระบบนิเวศน์ดีนะ คาดว่าอีกไม่นานจะมีนกเงือกมาอาศัยอยู่ 5555) แต่อ่านแล้วทำให้เรารับรู้ขึ้นมาได้ว่าท่ามกลางความสับสนวุ่นวายและอำนาจมืด ก็ยังมีกลุ่มคนดีๆ ที่ยังรักธรรมชาติของโลกใบนี้อยู่อีกมาก และใช่ เราต่างก็เป็นต้นไม้ต้นหนึ่งของโลก เราจะพยายามไม่เป็นวัชพืชหรือกาฝากก็แล้วกันนะ


ปล. ดีใจที่คุณนิ้วฯ เปลี่ยนใจกลับมารักโลก ^^

**สำหรับคำแปลของชื่อ entry คงต้องไปเปิดหาเอาเองในหนังสือเล่มนี้

เรื่อยเปื่อย..

posted on 11 Jul 2008 21:51 by hiddenhaven

ช่วงห้าวันทำการที่ผ่านสนทนาธรรมกับพี่นกมากเป็นพิเศษเรื่องหนังสือหนังหา.. พี่นกชอบสองเงาในเกาหลีมาก (ชอบมากกว่าโตเกียวไม่มีขา) พี่นกชอบสำนวนพี่ก้อง ทรงกลด อืม..เราก็ชอบ แต่ชอบสไตล์คุณนิ้วฯ มากกว่า ^^  พี่นกเลยบอกว่าจะหาซื้อหนังสือเล่มอื่นของพี่ก้อง ฮ่ะฮ่า เสร็จโจร เราจะได้ยืมอ่าน อิอิ (เรากะพี่นกส่งหนังสือให้ยืมกันไปมาทางไปรษณีย์อยู่เป็นประจำ อย่างหนังสือของน้าชาติ เราก็ยืมพี่นกอ่านทุกเล่ม อิอิ ) และด้วยเหตุนี้เอง ที่ทำให้เราเกิดความรู้สึกคันอยากอ่าน "หน่อไม้" ขึ้นมา ทั้งๆ ที่ในตอนแรกคิดว่าจะเก็บไว้ให้หน่อไม้มันงอกเป็นไผ่ก่อน แล้วค่อยมาอ่าน แต่พอเปิดอ่านแล้วก็เกิดอาการ non-stop อยากอ่านต่อไปเรื่อยๆ อยากรู้ว่าจะมีเรื่องอะไรหนุกๆ อีกในทริปรักโลกทริปนี้ ที่อ่านมานี่เพิ่งจะถึงเชียงใหม่เท่านั้น 555+ ชอบภาพปกของเล่มนี้จัง สีหวานดีชอบๆ ที่คั่นหนังสือก็สวย ดีนะเนี่ยที่ไปงาน a book fair อีกวัน ไม่งั้นคงอดที่คั่นหนังสือเซ็ตนี้..

อาจเป็นเพราะเราเส้นตื้นก็ได้มั้ง อ่านอะไรก็ขำไปโม๊ด ตอนแรกที่ปิ๊กบอกว่า ไม่มีอารมณ์ร่วม อืม แต่พอตัวเองมาอ่านแล้ว ไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นแฮะ ก็อ่านไปเรื่อยๆ สนุกดี รู้สึกคุ้มด้วยที่มีสามคนมาผลัดกันเขียน อิอิ แต่เสียอย่างเดียว หนังสือเล่มหย่ายเหลือเกินทำให้เรานอนอ่านไม่สะดวก ต้องนั่งโต๊ะอ่าน ถึงจะไม่เมื่อยแขน..

นอกจากนี้ เอา "ฟินแลนด์ไม่มีแขน" ให้น้องที่ทำงานไปอ่านเพราะมันเพิ่งอ่าน เสียดายคนอินเดียไม่ได้อ่าน จบไป ตอนแรกที่หยิบไปให้ ก็บอกปูพื้นไว้ก่อนว่า ไม่รู้จะตลกเท่าอินเดียเปล่านะ เห็นเพื่อนบอกว่าไม่ฮาเท่าอินเดีย (แต่สำหรับเรานั้น เราว่ามันตลกเหมือนเดิม) วันนี้น้องกลับมาบอกว่า อ่านไปแล้วพี่ สนุกดีนะ เย้.. มีแนวร่วม อิอิ นึกว่าต่อมตลกของดิฉันทำงานมากเกินไปเสียอีก   สำหรับฟินแลนด์ฯ เราว่าใบพัดมีพัฒนาการขึ้นกว่าเล่มอินเดียนะ อืมเริ่มๆ จะมีกลิ่นของคุณนิ้วฯ เข้ามาในเล่ม 55+ และที่เราว่ามันสนุกก็อาจเป็นเพราะ

1. เราไม่ได้คาดหวังว่าจะฮาเหมือนอินเดีย แน่นอนว่า element ความฮามันต่างกันแน่นอน ประเทศเงียบๆ อย่างฟินแลนด์น่ะหรือจะมีไรมาฮาเทียบเท่าประเทศที่มีสีสันจัดจ้านอย่างอินเดีย

2. เราได้เห็นตัวเป็นๆ ของคนเขียน เลยจินตนาการไปได้เวลาอ่านว่า ตอนที่เขารู้สึกแบบนี้หน้าตาเขาจะเป็นยังไงนะ

3. ประเด็นเรื่องความติ๋มบางอันมันก็โดนเรา เคยรู้สึกอย่างนั้นเหมือนกัน น้องที่ยืมไปบอกว่าไม่เข้าใจทำไมเขาต้องอิจฉาโจอยู่เรื่อย 55+ แต่เราก็เข้าใจนะ เพราะบางครั้งเราก็อิจฉาบางคนที่เป็นที่รักของใครๆ ง่ายดายเหลือเกิน ไม่เหมือนเรา.. 

แต่สรุปแล้วฟินแลนด์ฯของใบพัดก็มีอะไรน่าประทับใจมากกว่าฟินแลนด์ของเราเยอะเรย 55+ และเราว่าผู้คนที่พบเจอนี่แหล่ะคือปัจจัยสำคัญในการสร้างความรู้สึกประทับใจของเราที่มีต่อประเทศนั้นๆ 

เอาหล่ะ.. ไปอ่าน 'หน่อไม้' ต่อดีกว่า...  

เล่มเก่าก็ดีแล้ว..

posted on 08 Jul 2008 23:23 by hiddenhaven

วันนี้พี่นกเอาโตเกียวไม่มีขามาคืน อืม เมื่อเรามานั่งพินิจพิจารณาดูแล้ว ก็พบว่า เล่มนี้ปกนี้ของเรามันก็ดีแล้วนี่นา (ปกพิมพ์ครั้งแรกถึงครั้งที่สาม) เพราะว่ามีชื่อเรื่องทั้งภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษ และภาษาไทยอยู่บนปกพร้อมๆ กัน แต่ปกปัจจุบันนี่มีแต่ชื่อภาษาไทย ฮ่า ของเราคุ้มกว่านะ อิอิ คิดได้ดังนั้นแล้วก็เลยไม่รู้สึกอยากได้ปกใหม่แระ ก่อนหน้านี้ เราคิดอยากได้ปกใหม่มาตลอด เคยคิดจะซื้ออีกปกเก็บไว้ด้วยซ้ำ แต่ก็นะ เนื้อในเหมือนกัน เลยรู้สึกว่ามันจะลงทุนเกินไปใหม่ที่จะมีหนังสือสองเล่มในตู้เดียวกัน อิอิ  ก็สรุปว่าของดีต้องมีชิ้นเดียว ต้องเป็นเล่มที่รอยกาวเริ่มแยกเล่มนี้ของเรานั่นแหล่ะ ถึงจะได้ฟีลที่สุด 55+ (ฟีลอาไรวะ? - ฟีลว่าฉันให้คนอื่นยืมเล่มนี้ไปอ่านมากมายคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปจริงๆ)

แล้ววันนี้จ๊ะเอ๋เขียนเมลมาจากฮอลแลนด์แล้วว่าได้รับหนังสือแล้ว เย้..ดีใจไม่หายเพราะไม่ได้ลงทะเบียน 55+ ก็ต้องเสียตังค์เพิ่มอีก 55 บาท เลยไม่ลงมันเสียเลย มีอย่างที่ไหน หนังสือ  120 ค่าส่ง 192 ซื้อหนังสือใหม่ได้อีกตั้งเล่มครึ่งเชียว.. ก็หวังว่าจ๊ะเอ๋จะชอบเหมือนกับที่เราชอบ 

ง่วงแล้วหว่ะ.. ไปดีกว่า..